เข้าหาลูกน้องยังไง? ให้คนหมดไฟมีใจกลับมาทำงาน


          เมื่อหน้าที่การงานเติบโตมีความก้าวหน้าขึ้นก็มาพร้อมความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความรับผิดชอบต่อคนในทีมซึ่งเชื่อมโยงไปถึงการทำให้ทีมโชว์ผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่แน่นอนว่าพนักงานออฟฟิศที่มีรูปแบบการทำงานวนลูปก็อาจเกิดความเบื่อหน่าย หมดไฟ หมดใจในการทำงาน ผลงานก็ถดถอยตามไปเช่นกัน
          หัวหน้างานอย่างคุณจะทำอย่างไร? ถ้าลูกน้องหมดไฟไม่มีใจอยากทำงาน ก่อนจะเข้าไปไกด์ให้น้องมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างถูกวิธี มาทำความเข้าใจวิธีการเข้าหาและพูดกับลูกน้องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งตัวคุณและน้องในทีม

          รู้ก่อนว่า “ปัญหาที่แท้จริง” ของคนในทีมคืออะไร
          
ถ้าอยากรู้ต้นตอปัญหาต้องเดินเข้าไปหา นั่นหมายถึงคุณต้องคอนเนคกับน้องในทีมมากขึ้นเพื่อละลายพฤติกรรมระหว่างกัน เริ่มต้นด้วยเรื่องง่ายๆ เช่น การเริ่มต้นบทสนทนาด้วยเรื่องทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับงาน หรือพาไปทานข้าว เลี้ยงสังสรรค์ตามโอกาส เพื่อให้บรรยากาศในทีมผ่อนคลายและน้องเองก็กล้าเปิดใจคุยกับคุณมากขึ้น
          เมื่อน้องกล้าคุยมากกว่าเรื่องงาน ย่อมเป็นการเปิดใจกล้าคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นซึ่งปัญหาที่ประสบอยู่นั้นอาจเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงานโดยตรงที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงาน เป็นต้นว่า การขาดความรู้ความเข้าใจในเนื้องานแต่ไม่กล้าบอกจึงทำให้งานเดินต่อไม่ได้ คุณจำเป็นต้องลงไปสอนวิธีการทำงานให้มากขึ้น ทบทวนเพื่อความเข้าใจเพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้ไม่สะดุดหรือส่งไปอบรมสัมมนา เรียนรู้เนื้อหาที่จำเป็นต่อการทำงาน เพื่อพัฒนาความสามารถให้กลับมาทำงานได้ตามเป้าหมาย

          ช่วยเซ็ตเป้าหมาย พาน้องพิชิต KPI
          
ความเครียดหรือความกดดันอย่างหนึ่งที่ต้องเจอคือการทำงานให้ถึง KPI ซึ่งลูกน้องของคุณอาจประสบกับปัญหานี้อยู่ การยื่นมือเข้าไปช่วย ให้คำแนะนำอย่างถูกต้องจะช่วยให้ในทีมมีวิธีทำงานดีขึ้น โดยเริ่มจากการตั้งเป้าหมายร่วมกันว่าจะทำอย่างไรให้ไปถึง KPI ซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้นั้นต้องเข้าใจง่าย ทำได้จริง สามารถวางแผนการดำเนินงานและวัดผลได้ด้วย เมื่อกำหนดเป้าหมายและมีแพลนที่สามารถทำได้จริง ลูกน้องของคุณจะเห็นภาพชัดขึ้น มีทิศทางทำงานชัดเจนและเป็นประโยชน์กับตัวเค้าเองในการวางแผนงานสำหรับโปรเจ็กต์ถัดไป รวมทั้งคุณเองก็จะได้ลูกน้องที่มีไฟกลับคืนมา

          รับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ
          
ทุกปัญหาย่อมต้องการการรับฟัง การสอบถามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้วยความเข้าใจ อยากช่วยเหลืออย่างจริงใจ เมื่ออีกฝ่ายสัมผัสได้ว่าเราเป็นผู้ฟังที่ดีลูกน้องก็จะกล้าเล่าความในใจให้ฟังมากขึ้น แต่ทั้งนี้คุณนั้นต้องถอดความเป็นหัวหน้างานออกไป เข้าไปคุยในฐานะของเพื่อนร่วมงาน เป็นพี่ที่ทำงานที่พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อลดช่องว่างระหว่างกัน

          ถ้าน้องอุดอู้ก็ชวนให้เปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน
          
สภาพแวดล้อมมีผลต่อการทำงานด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะช่วง Work From Home ที่การพูดคุยพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจะลดลง สำหรับบางคนที่เจอแต่สภาพแวดล้อมเดิมๆ อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงได้ เมื่อคนในทีมเกิดปัญหานี้คุณอาจจะลองปรับเปลี่ยนด้วยการจัดมุมทำงานกันใหม่ สลับเข้าออฟฟิศและ Work from Anywhere หรือหาประเด็นพูดคุย แชร์ไอเดีย แสดงความคิดเห็นสลับกันไป เพื่อไม่ให้เกิดความจำเจ สร้างความผ่อนคลายกันในทีม เพิ่มพลังให้การทำงานออกมาดีกว่าเดิม

          การเป็นหัวหน้างานดูแลคนในทีมให้ทำงานจนประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากคุณมีวิธีเข้าหา รู้จักการพูดคุยจูงใจให้ลูกน้องกลับมามีไฟทำงานเหมือนเดิม แน่นอนว่าจะส่งผลดีทั้งต่อตัวคุณและลูกน้องจนเค้าเกิดความไว้วางใจเชื่อใจที่จะทำงานกับเราได้ในที่สุด


          หากคุณกำลังมองหาความก้าวหน้าในตำแหน่งงาน ฝากเรซูเม่ไว้กับ Nexmove ได้ที่ http://bit.ly/3gbcYvV ไม่ว่าจะเป็น Sale, Marketing, IT หรือสายงานอื่นที่สนใจ ระบบ AI จะช่วยจับคู่ตำแหน่งงานให้ตรงกับลักษณะการทำงานและประสบการณ์ของคุณ จนได้งานที่ใช่ตรงกับความต้องการมากที่สุด

 

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top