เรซูเม่ที่โดดเด่นสะดุดตา ย่อมเพิ่มโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์ แต่อย่าลืมว่านั่นเป็นแค่ด่านแรก แต่ของจริงคือ ‘หน้างาน’ ตอนสัมภาษณ์ต่างหาก หลายคนแม้จะถูกเรียกสัมภาษณ์บ่อยๆ แต่ก็ยังไม่ได้งานสักที่ เป็นใครเจอแบบนี้ก็คงเริ่มเสียความมั่นใจในตัวเอง หรือถึงขั้นเริ่มขยาดไม่กล้าสมัครเพราะกลัวการสัมภาษณ์ กลายเป็นปิดประตูโอกาสได้งานทันที
มัวแต่จมกับความรู้สึกผิดหวังในตัวเองไปก็ไม่ช่วยอะไร คิดไว้เสมอว่า การได้เข้ารอบสัมภาษณ์นั้น เราคือหนึ่งในผู้ถูกเลือก! และโอกาส 60% อยู่ในมือเราแล้ว แต่เพราะไม่ได้มีเราคนเดียว การเตรียมตัวเพื่อเติมอีก 40% ที่เหลือ เอาชนะคู่แข่งให้ได้จึงสำคัญมาก
มาดู 3 สิ่งที่ต้อง ‘รู้’ เพื่อให้การสัมภาษณ์ครั้งนี้ ไม่พังอีกต่อไป
1. รู้เขา
สิ่งที่ต้องเจอแน่ๆ คือคำถามประเภท “คุณรู้จักบริษัทเราแค่ไหน เล่าความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับบริษัทของเราหน่อย” เราจึงต้อง ‘ทำการบ้าน’ หาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนั้นๆ แต่ไม่ใช่การไปนั่งท่องวันก่อตั้งหรือทำเนียบผู้บริหาร ไปศึกษาผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อดูสิ่งที่เขาเคยทำมา สิ่งที่เป็นอยู่ หรือเตรียมคำตอบที่ได้แสดงให้เห็นว่า เราทำความเข้าใจบริษัทและตัวงานมาระดับหนึ่ง ไม่ใช่แค่ท่องข้อมูลได้เป็นนกแก้วนกขุนทอง
2. รู้(ตัว)เรา
ข้อมูลที่คิดว่าพูดได้สบายๆ เพราะเป็นเรื่องของตัวเอง จุดแข็ง ข้อดี เป้าหมายในการทำงาน แต่ไปเจอความกดดันหน้างาน ดันมึนพูดไม่ออกซะอย่างงั้น ถ้ามีปัญหาเรื่องการลำดับเรื่องราว ลองเดาคำถามและเตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้า ถ้ารู้ว่าปกติมักจะทำพลาด พูดไม่ออกเพราะความกดดัน ยิ่งต้องซ้อมพูดบ่อยๆ และอย่าลืมดูภาพลักษณ์ของตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า ฝึกบุคลิกภาพ ท่าทาง ภาษากาย ให้มั่นใจตลอดการสัมภาษณ์
3. รู้จักโชว์
ช่วงเวลาสัมภาษณ์ คือเวลาปล่อยของ อย่ามัวเหนียมอาย เตรียม ‘ตัวอย่าง’ งานที่รู้สึกภูมิใจที่สุด ผลงาน เคสความสำเร็จ หรือปัญหาที่เคยเจอแต่ก็ใช้ความสามารถผ่านพ้นจนได้ อะไรก็ตามที่จะแสดงให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่าคุณเคยมี ‘ประสบการณ์’ เหล่านั้นจริง ๆ
